วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

ตัดใจใช้ Yosemite บน Mac Air 11, i5 RAM 4GB

สืบเนื่องจากไปเผลอกดอัพเกรด iCloud เข้า ทำให้เจอปัญหาใหญ่ คือ iPages, KeyNote ไม่สามารถใช้งาน iCould ได้เลย ปัญหาทำให้ไม่สามารถ Sync งานและนำไปใช้หรือแสดงบน iPad ได้เลย ตอนนี้ก็ตัดใจว่าจะอัพเกรด Yosemite แต่ก็หวั่นๆ เพราะอ่านในรีวิวของหลายคนบอกว่า ช้าลง มีปัญหาหลายอย่าง บางคนใช้งาน Mac Air i5 RAM 8GB หรือ 16GB ก็บ่นช้า แล้ว 4GB จะเหลืออะไร

ปัญหาใหญ่เมื่อเผลอไปอัพเกรด iCloud แล้วไม่สามารถ Downgrade ได้




มีคนบ่นเรื่องความอืดอาดของ Yosemite ให้เห็นอยู่ทั่วไปตามเว็บไซต์

และอีกปัญหาหนึ่ง คือ การออกแบบหน้าจอ สีสันดูสดใสขึ้น แต่ความรู้สึกกลับไม่ถูกใจ มันดูสดใสเกินไป อยากให้อารมณ์นิ่งๆ เย็นๆ แบบ Mac ซึ่งก็เป็นอารมณ์ไม่อยากเปลี่ยนแปลง

ที่สำคัญที่สุดรับไม่ได้เลย คือ Docking ตัวใหม่มันแย่สิ้นดี ดูแล้วมันทื่อๆ เสียเอกลักษณ์ ยี่ห้อความเป็น แม็คหมดเลย

ใจจริงแล้วยังชอบหน้าตาของ Mavericks อยู่เหมือนเดิม

น่าเสียดายรูปแบบของ Mavericks



หลังจากไม่มองมาหลายเดือนแล้วคราวนี้คงต้องได้ลงจริงๆ เสียที

ตอนนี้กำลังดาวน์โหลดเพื่อติดตั้ง Yosemite หวังว่าจะยังคง (พอ)รับได้กับสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นนะครับ ผลลัพธ์เป็นเช่นไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกที...

--------------
อัพเดท:

(1)



หลังจากรอการติดตั้งกว่า 30 นาที ก็ได้หน้าจอใหม่แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะช้าหรือเร็ว ที่แน่ๆ ปิด FileVault Encryption ไว้ก่อนไม่เปิดการใช้งาน เพราะเห็นมีคนบอกว่าปิดแล้วเร็วขึ้น ซึ่งอาจจะเกี่ยวด้วย เพราะการเข้ารหัสเวลาจะอ่านย่อมต้องถอดรหัสก่อน ซึ่งอาจจะเป็นความล่าช้าอีกจุดหนึ่งก็ได้ (ยังไม่ยืนยันว่าจริงหรือไม่)

(2)



ไม่แน่ใจว่าไปลบอะไรออกไปหรือเปล่า พื้นที่เหมือนเหลือเยอะขึ้นอาจจะเป็นเพราะ ไฟล์ชั่วคราวในระบบเดิมหรือเปล่าไม่แน่ใจเช่นกันครับ

และได้ฟีเจอร์ใหม่ของโปรแกรม Preview ที่เพิ่มลูกเล่นในการแก้ไขภาพที่แคปเจอร์หน้าจอมาให้ก็ถือว่า หยวนๆ ทำใจแลกกับสีสันใหม่ครับ




วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ติดตั้ง express-generator แล้ว express ใช้งานไม่ได้

หลังจากลองเขียน Node.js ก็พบว่าเป็นชุดพัฒนาที่สามารถใช้งานได้ตรงตามโจทย์ที่ต้องการ คือ เน้นงานเขียนแบบ Events/Drivents ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรมที่พัฒนาจาก php เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่า php จะสามารถใช้งาน ajax ได้ก็ตาม แต่ประสิทธิภาพย่อมสู้ node.js ไม่ได้

ตอนติดตั้ง express-generator เพื่อใช้ในการสร้างโปรเจกต์ด้วย express (ซึ่งเป็น Web kit Application Frame Work for node) เมื่อติดตั้งแล้ว เรียกใช้งานคำสั่ง express <project name> ไม่ได้

แก้ไข: ตอนติดตั้งต้องใช้คำสั่ง sudo npm install express-generator -g ซึ่งเป็นการติดตั้งด้วยสิทธิ์ของ root หลังจากใส่ password ของ root แล้วก็ใช้งานได้ตามปกติ...

จากนั้นเมื่อเข้าไปในโฟลเดอร์ของโปรเจกต์ที่สร้างแล้ว สั่งรัน npm start เจอปัญหา error หา module ต่างๆ ไม่เจอ ซึ่งเราต้องติดตั้ง Module ตามที่อยู่ในไฟล์ package.json เสียก่อน ด้วยคำสั่ง npm install















หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วก็สามารถสั่งรันด้วยคำสั่ง npm start ได้ และลองเข้าไปเรียกใช้งานผ่านเว็บพอร์ท 3000 ได้เลย จะได้ผลลัพธ์ดังนี้



วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

เทียบโปรแกรมแก้ไข Chromatic Aberration

บทความก่อนได้แสดงให้เห็นถึงการแก้ไขความคลาดสีไปแล้ววันนี้จะลองเปรียบเทียบโปรแกรมหลัก 4 โปรแกรมที่นิยมใช้กันคือ




สำหรับโปรแกรมที่ลองใช้บนแม็ครอบนี้เพิ่มมาอีกหนึ่งรายการคือ Digital Photo Professional ของค่าย Canon แท้ ๆ ตัวจริงเสียงจริงที่หลายคนบอกว่าดีนักหนา และเข้าใจไฟล์แคนนอนได้ดีที่สุด และ DxO Optics ที่นักถ่ายภาพต่างประเทศกล่าวถึงมากโปรแกรมหนึ่ง


Aperture แก้ไขได้ไม่ดีนัก สีที่นอกเหนือจาก R, C, B และ Y ไม่สามารถแก้ไขได้ 

โปรแกรม DPP เป็นโปรแกรมที่น่าผิดหวังมาก การแก้ไขดีกว่า Aperture เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

Adobe Camera RAW เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่จัดการ CA ได้เป็นอย่างดี และค่อนข้างยืดหยุ่นคือ ปรับได้มากเสียจนน่ากลัว

สุดท้ายโปรแกรม DxO เป็นโปรแกรมแปลงไฟล์ และจัดการไฟล์ RAW ได้ดีที่สุดที่ลองใช้งาน ทำได้ดีกว่า ACR เสียอีก 

หลังจากทดสอบโปรแกรมตอนนี้เริ่มเอนเอียงไปทาง DxO เพราะนอกจากจะแก้ไขได้ดีแล้วยังให้รายละเอียดอื่น ๆ ของไฟล์ดีขึ้นกว่า ACR ซึ่งตอนนี้กำลังดาวน์โหลด DxO เวอร์ชัน 8 มาลองใช้งานดูว่าจะมีอะไรดีขึ้นหรือไม่ แล้วจะมาสรุปกันอีกทีว่าตัวไหนดีที่สุดในสายตาของผู้เขียน... สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

สิ่งที่ Aperture ทำไม่ได้: แก้ไข Chromatic Aberration และ Perspective Corrections


Chromatic Aberrations เป็นความคลาดเคลื่อนของสีที่เลนส์ไม่สามารถโฟกัสได้ทุกส่วนทำให้เกิดการฟุ้งกระจายและตกกระทบของแม่สีคลาดเคลื่อนกันทำให้สีเขียว แดง น้ำเงิน ไม่รวมกันเป็นสีที่ถูกต้อง จะเป็นเฉพาะบริเวณเส้นขอบที่ปรากฏอยู่ในรูป

โดยปกติแล้วเส้นขอบจะเกิดความคลาดเคลื่อนสีเป็นสีม่วงเป็นส่วนใหญ่จึงนิยมเรียกกันว่าขอบม่วง แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีแค่สีม่วงเพียงสีเดียว มีทั้งน้ำเงิน เขียว เหลือง แดง และเกิดกับเลนส์ทุกตัวไม่ว่าจะเป็นเลนส์ที่ดีแค่ไหนก็ตาม เพราะโอกาสเกิดความคลาดของสีนั้นเกิดจากเส้นขอบของสีมืดและสว่างตัดกัน โดยเฉพาะสีขาวและสีดำมีโอกาสเกิดมากที่สุด

ดังนั้นการถ่ายย้อนแสงจึงเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงตามทฤษฎีการถ่ายภาพ แต่ความเป็นจริงบ่อยครั้งที่เราต้องถ่ายภาพย้อนแสงเพื่อให้เกิดความสวยงามแปลกใหม่ของภาพ

การแก้ไขปัญหาจึงเป็นภาระหน้าที่ของโปรแกรมจัดการภาพ ในปัจจุบันโปรแกรมจัดการการที่ดีอย่าง Photoshop นั้นมีโปรแกรมจัดการ RAW ชื่อ Adobe Camera RAW เป็นโปรแกรมจัดการที่ดีมากตัวหนึ่ง (ขณะนี้ยังไม่เห็นโปรแกรมไหนทำได้ดีเท่า; 09/2013)

แต่คุณภาพนั้นกลับต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือสมัครเล่น ถึงแม้จะมี Photoshop CC ที่สามารถจ่ายรายเดือนได้ เดือนไหนไม่ใช้ก็ไม่ต้องจ่าย ซึ่งดูยุติธรรมดีสำหรับมืออาชีพ แต่คนที่เล่นกล้องทั่วไปคงลำบาก ลำพังค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ลำบากพอแล้ว ไหนจะต้องซื้อซอฟท์แวร์อีก ในที่สุดทางออกคือ หาดาวน์โหลดซอฟท์แวร์เถื่อนกันเป็นทิวแถว

หลังจากที่ได้ใช้ MAC OS แล้วก็รู้สึกชื่นชอบจึงพยายามหาซอฟท์แวร์ถูกต้องมาใช้ โชคดีฝั่งของแม็คนั้นมีซอฟท์ราคาไม่แพงมากนัก ซื้อแล้วซื้อเลยคอยอัพเดทกันได้ตลอด แต่ราคาถูกก็แลกกับบางฟีเจอร์ที่หายไป หรือมีก็ไม่ดีเท่าที่ควร หนึ่งในนั้นคือ การแก้ไขปัญหา CA นั่นเอง


ภาพตัวอย่างที่จะนำมาปรับแก้ความคลาดของสี โดยภาพมีขอบสีเขียวภาพนี้เปิดด้วย ACR และไม่ได้ปรับแต่ง



ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า Aperture แก้ไขได้เฉพาะสี Red, Cyan, Blue และ Yellow เท่านั้น ภาพนี้ไม่ว่าจะปรับอย่างไรก็ปรับไม่ได้


ภาพนี้ปรับจาก ACR ซึ่งเวอร์ชันใหม่หลังจาก 7.1 มาแล้วจะมีลูกเล่นใหม่คือ Defringe Control สามารถปรับความคลาดสีได้มากกว่า โดยมีแถบให้เลือกขอบเขตสีที่จะแก้ไขและหากปรับมากไปก็มีผลกระทบสีอื่นเหมือนกัน

โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบความสามารถในการแก้ไขปัญหา CA ของ ACR มาก ตั้งแต่เวอร์ชัน 7.1 เป็นต้นมา ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เจอปัญหาคล้าย ๆ กับ Aperture เช่นกัน จึงคาดหวังลึก ๆ ว่า Apple จะออกเวอร์ชันใหม่เพื่อแก้ไขปัญหานี้ในเร็ววัน จะได้ไม่ต้องขวนขายหา Photoshop อีก

ไม่มี Perspective Corrections

ปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่งของ Aperture ก็คือการแก้ไขความผิดพลาด ผิดเพี้ยนของเลนส์่ เพราะเวลาถ่ายรูปจริงมักเจอปัญหาระนาบกล้องผิดเพี้ยนไปบ้างตามความเร่งรีบ และเลนส์บางตัวก็มีความผิดเพี้ยนอยู่แล้ว ถ้าเป็น ACR จะมีฟังค์ชันในการแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ และเวอร์ชัน CC ยิ่งแก้ไขได้ดีมาก สามารถแก้ไขทั้งแนวตั้งและแนวนอนในคราวเดียวกัน การจัดการอัตโนมัติทำได้ระดับดี คาดว่าเวอร์ชันต่อๆ ไปอาจจะทำได้ดีกว่านี้

ไฟล์ JPG ที่แปลงจาก Aperture ซึ่งมีระนาบผิดเพี้ยนแนวตั้ง
หน้าจอ ACR สามารถปรับแก้ไขระนาบที่ผิดเพี้ยนทำให้ภาพออกมาดูดีขึ้น

ACR เวอร์ชันเก่าจะปรับได้แค่ 4 สีคือ Red, Cyan, Blue และ Yellow เหมือนกับ Apertuer ในปัจจุบันนี้

ส่วนฝั่งของ Aperture นั้นไม่มีวี่แววจะโผล่มาให้เห็น ให้ชื่นเย็นใจกับบ้างเลย แต่จะมีส่วนของ Plugin เสริมต้องซื้อค่ายอื่นมาติดตั้งซึ่งก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร, ถ้าหากขอได้ก็จะขอความสามารถสองประการนี้แหละครับ ที่อยากเห็นใน Aperture จะได้กลายเป็นคอแม็คอย่างเต็มรูปแบบเสียทีครับ...

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

บันทึกภาพหน้าจอด้วยโปรแกรม QuickTime Player

ขณะที่คิดจะหาโปรแกรมจับหน้าจอเป็นวีดีโอเพื่อทำสื่อการสอนคิดถึง App Store ก่อนอันดับแรก แต่แล้วก็เลิกความตั้งใจเพราะแต่ละโปรแกรมราคาหลายตังค์พอสมควร และต้องอาศัย google  อีกครั้งหนึ่งก็พบโปรแกรมที่ง่าย ๆ แสนง่ายและฟรีอย่างแน่นอนนั่นก็คือ QuickTime Player นี่เอง

ขั้นตอนง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

คลิกเมนู File และคลิกเลือก New Screen Recording เพื่อเข้าสู่การบันทึกหน้าจอ

จากนั้นคลิกปุ่ม Record และคลิกเพื่อเลือกส่วนที่จะบันทึกหรือคลิกเพื่อบันทึกทั้งหน้าจอ

เมื่อบันทึกหน้าจอเสร็จแล้วและคลิกปุ่ม Stop โปรแกรมจะแสดงหน้าจอที่บันทึกไว้ และถ้าปิดหน้าจอจะมีกรอบให้บันทึกไฟล์

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะบันทึกหน้าจอให้เป็นวีดีโอสื่อการสอนได้อย่างง่าย ๆ ประหยัดได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ได้มาฟรี ๆ อย่าง iMovie หรือจะส่งต่อไปยัง Final Cut Pro อีกทีเพื่อตัดต่อ แต่งเติมลูกเล่นให้มากยิ่งขึ้นครับ....

แอบดูไฟล์โปรแกรมใน Mac OS

ปกติเมื่อดาวน์โหลดโปรแกรมของแม็คโอเอสแล้วมักจะได้ไฟล์ .dmg ซึ่งเป็นไดรฟ์เสมือนชนิดหนึ่ง เมื่อดับเบิลคลิกเพื่อเปิดไฟล์นั้นจะมีไดร์ฟเกิดขึ้นที่เดสก์ทอปขึ้นมาไดร์ฟหนึ่ง เมื่อดับเบิลคลิกเข้าไปอีก จะพบไอคอนโปรแกรม และมักจะมีโฟลเดอร์ Application เพื่อให้เราลากแอปพลิเคชันไปไว้ในนั้น


เมื่อเปิดไฟล์ .dmg แล้วจะได้ไดร์ฟเสมือนขึ้นมาไดร์ฟหนึ่ง

เมื่อดับเบิลคลิกที่ไดร์ฟเสมือนแล้วจะมีไอคอนโปรแกรมและโฟลเดอร์ Application 

หลังจากคลิกไอคอนไปวางไว้ใน Application แล้วต่อไปจะเปิดโปรแกรมเพียงเข้าไปใน Application แล้วจะมีไอคอนให้เรียกใช้งานได้

และหากไม่ต้องการใช้โปรแกรมแล้วก็เพียงลบไอคอนออกจาก Application เท่านั้น ง่าย ๆ ก็สามารถถอนการติดตั้งได้แล้ว ไม่ยุ่งยากเหมือนกับโปรแกรมตระกูลวินโดว์ (แต่ใช่ว่าจะทุกโปรแกรมจะเป็นแบบนี้หมดบางโปรแกรมอาจจะมีไฟล์เก็บในโฟลเดอร์อื่นเหมือนกัน)

ทีนี้ลองมาดูว่าโครงสร้างไฟล์ของแม็คจะเก็บโปรแกรมไว้อย่างไร

หน้าจอ Terminal ขณะเข้าไปดูไฟล์ใน /Applications จะเห็นมีไดเรคทอรี Final Cut Pro Trail.app 
เมื่อเข้าหน้าจอโปรแกรม Terminal แล้วก็ใช้คำสั่ง cd /Applications เพื่อเข้าไปดูว่าระบบจัดเก็บไฟล์อย่างไร

ไดเรคทอรี Final Cut Pro Trail.app ภายในจะบรรจุไฟล์ที่เกี่ยวกับโปรแกรมไว้ทั้งหมด และใช้คำสั่ง cd Final แล้วกดปุ่ม Tab แล้วระบบจะเดิมชื่อให้ถูกต้อง และกดปุ่ม Enter

และใช้คำสั่ง ls อีกครั้งหนึ่งจะเห็นไดเรคทอรีชื่อ Contents และใช้คำสั่ง ls Contents อีกครั้งหนึ่งจะเห็นภายในบรรจุไฟล์ที่เกี่ยวข้องย่อยเข้าไปอีก

ดังนั้นหากเราต้องการลบโปรแกรม Final Cut Pro ออกจากระบบก็เพียงใช้คำสั่ง rm ดังนี้
rm -rf /Applications/Final\ Cut\ Pro\ Trail.app 
ระบบจะลบไดเรคทอรีออกไปโดยไม่ถามหรือให้ยืนยันด้วยพารามิเตอร์ -rf (Recursive Force) จุดนี้โปรแกรมระมัดระวังสักนิดหนึ่งเพราะถ้าลบผิดพลาดแล้วจะยุ่งไปกันใหญ่...

บทความนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า พื้นฐานของคำสั่ง Unix หรือ Linux สามารถนำมาใช้ในแม็คโอเอสได้เป็นอย่างดี เพราะ OS X เป็นโปรแกรมตระกูลยูนิกซ์... นี่แหละเป็นเหตุผลที่ผู้เขียนเริ่มชอบที่จะใช้เครื่องตระกูลแอปเปิ้ลไปเรื่อย ๆ เสียแล้ว... สวัสดีครับ




วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

แปลงไฟล์ dmg ให้เป็น iso

หลังจากมาใช้ Mac OS ได้ไม่ถึงสัปดาห์เริ่มรู้สึกว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่คุ้นเคยและชอบมากยิ่งขึ้น ไม่ได้ติดที่ความหรูหราหรือไฮโซโก้เก๋อะไรมากมายหรอก แต่เพราะแม็คโอเอสเป็นระบบปฏิบัติการ Unix ซึ่งเป็นต้นแบบของ Linux ดี ๆ นี่เอง ด้วยเหตุนี้แหละที่เริ่มจะหลงไหลใน OS ตระกูลนี้มากยิ่งขึ้น

ตอนนี้ได้ Mac Air 11 นิ้วมาตัวหนึ่งเพราะสังขารเริ่มอ่อนแรงแบกโน้ตบุคหนัก ๆ มาไม่ได้เกือบปีแล้ว แบกทีไรก็รู้สึกเนื้อตัวปวดร้าวไปหมด สำหรับ MBA ตัวจิ๋วนี้เป็นตัวที่ราคาต่ำสุดแล้ว ซื้อมาเพื่อลองใช้งาน และใช้ในการพัฒนาโปรแกรมบน iOS

วันนี้มีโอกาสแปลงไฟล์ dmg เพื่อให้เป็น iso เอาไปลงใน VMWare แรกคิดว่ามันง่าย ๆ เพียงแต่ดาวน์โหลดโปรแกรมแปลงไฟล์มาใช้เท่านั้น ก่อนที่จะค้นหาในเน็ตก็เริ่มจาก App Store เสียก่อน ค้นหาคำว่า dmg convert พบโปรแกรมอยู่ 4-5 โปรแกรมพร้อมราคา

เกือบกดปุ่ม Buy ด้วยนิสัยที่อยากได้โปรแกรมถูกลิขสิทธ์ แต่ความคิดยังไวกว่ามือ เลยไปค้นหาใน google ได้โปรแกรมชื่อ dmg2iso เป็นเครื่องมือขนาดเล็กแจกฟรี

โปรแกรม dmg2iso แปลงไฟล์ dmg ให้เป็น iso แบบง่าย ๆ และฟรี

โหลดมาติดตั้งเรียบร้อย ขั้นต่อไปก็แปลงไฟล์ทันทีโปรแกรมที่แปลงได้ออกมาเป็นไฟล์ .cdr ไม่แน่ใจเลยไปค้นหาวิธีการแปลงไฟล์ต่อไปเจอเครื่องมือสำหรับแปลงไฟล์ที่ทำงานในหน้าจอ Terminal ชื่อ hdiutil ลองรันโปรแกรมปรากฏว่าไม่ได้ เพราะไฟล์เป็น dmg ชนิดอ่านได้เพียงอย่างเดียว

ค้นหาต่อก็ได้ความว่าโปรแกรม hdiutil นั่นแหละครับจะสามารถเปลี่ยนไฟล์จาก Read only ให้เป็นไฟล์ R+W ได้ สรุปแล้วได้วิธีการดังนี้

แปลงไฟล์จาก R ให้เป็น RW
sh-3.2# hdiutil convert iATKOS_ML2.dmg -format UDRW -o iATKOS_ML2_w.dmg
แปลงไฟล์จาก dmg เป็น iso
sh-3.2# hdiutil convert iATKOS_ML2_w.dmg -format UDTO -o iATKOS_ML2.iso
หลังจากที่แปลงได้แล้วไฟล์กลับมาเป็น iATKOS_ML2.iso.cdr ก็คิดว่ามีปัญหาแน่ ๆ จึงค้นหาใน google ต่อได้ข้อมูลง่าย ๆ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อให้เหลือแต่ iATKOS_ML2.iso แค่นี้ง่าย ๆ ก็ใช้งานได้แล้วครับ

และที่สำคัญมาถึงบางอ้อว่าโปรแกรม dmg2iso นั้นได้แปลงไฟล์ให้เรียบร้อยแต่แรกแล้ว และไม่จำเป็นต้องแปลงไฟล์จาก R ให้เป็น RW ก่อนเลยครับ สามารถแปลงไฟล์ได้เลย... เฮ้อ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะทำให้รู้คำสั่งอื่น ๆ ที่จำเป็นอีกคำสั่งหนึ่ง... เริ่มชักสนุกแล้วครับ เหมือนตอนเริ่มหัดใช้ลีนุกซ์ครั้งแรกเลยครับ...